วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

เมียแต่ง ๐๔ :: แหลก

[ เมียแต่ง ] Mark x Bambam
๐๔ :: แหลก
x ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อ
x ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ


“คุกเข่าลง แล้วอมมันซะ”
แบมแบมส่ายศีรษะเป็นระวิงด้วยต้องการปฏิเสธคำสั่งนั้น ทว่ามีหรือที่คนใจร้ายจะยอมปล่อยให้เหยื่อผู้เคราะห์ซ้ำกรรมซัดได้หมดทุกข์หมดโศกลงง่ายๆ ฝ่ามือแกร่งบีบลงตรงช่วงไหล่มนเต็มรัก ก่อนจะออกแรงบีบบังคับให้เมียแต่งที่อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยย่อตัวลงไปนั่งชันเข่า เมื่อเห็นว่าดวงหน้าหวานอยู่ในระดับเดียวกันกับส่วนกึ่งกลางลำกาย มาร์คจึงเหยียดยิ้มลำพองใจพลางปลดซิปกางเกงตัวเองลง
“อื้อ อ่อก”
วินาทีที่ของร้อนถูกดุนดันเข้าไปในโพรงปากอุ่นเสียงสำลักก็ดังขึ้นประกอบเป็นจังหวะ แบมแบมยกมือขึ้นดันต้นขาแกร่งของมาร์คเพราะต้องการให้ระยะห่างเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ ทว่าดูเหมือนยิ่งหลีกหนีเท่าไรก็ยิ่งไปไหนไม่พ้น เพราะมาร์คที่ตามเกมทันไปเสียทุกเรื่องจัดการยกมือดึงทึ้งเส้นผมบริเวณท้ายทอยของแบมแบมไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายขยับเขยื้อนส่วนนั้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มหยุ่นเสียเอง
เหตุการณ์พลิกแพลงทำเอาลิ้นเล็กจำต้องโรมรันพันตูกับส่วนที่ทั้งคาวทั้งขุ่นอยู่นานสองนาน เร่งเร้ากระทั่งน้ำบ่อน้อยที่ไหลสอคลอเคลียมุมปากก่อให้เกิดเสียงดังจ้วบจ้าบประกอบการออรัล ความใหญ่โตโอฬารเร่งเบียดเสียดแทงพรวดเข้าไปทีเดียวจนแทบมิดลำ ส่วนปลายบานเบ่งแตะกับผนังลำคอนุ่มซ้ำๆ เป็นจังหวะจะโคน กลิ่นคาวของมันทำเอาคนรองรับอารมณ์ถึงกับหน้าเหยเกไม่ชอบใจ แต่เพราะได้ยินเสียงสูดปากสูดคอของมาร์คดังระงมอยู่เนืองๆ แบมแบมถึงได้ยินยอมผงกหัวขึ้นผงกหัวลงตรงหว่างขาของอีกฝ่ายราวกับคนโง่เง่าอยู่แบบนั้น
นัยน์ตากลมฉ่ำน้ำปรือมองด้วยนึกสงสัยว่ามาร์คกำลังทำสีหน้าแบบไหนตอนยัดเยียดสิ่งนั้นเข้ามาในโพรงปาก  ทว่าเพียงได้สบประสานสายตาที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว ก็ทำเอาคนซื่ออย่างแบมแบมต้องเบือนหน้าหนีและหลับตาปี๋แทบไม่ทัน หลังจากการกระทำเซ่อซ่าไม่เข้าเรื่องลงไปนั้น เสียงหัวเราะของคนอารมณ์ร้ายก็ดังขึ้นคล้อยหลังพอให้ได้ยิน กว่าจะรู้ตัวอีกที ส่วนแข็งขืนที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำลายก็ถูกทอดถอนออกจากโพรงปากนุ่มนิ่มไปเสียแล้ว
“อ๊ะ คุณมาร์ค”
เสียงใสครางท้วงเมื่อโดนฉุดร่างน้อยให้ไปนอนแนบหน้าไปกับเตียงนอนในห้อง กางเกงนอนตัวเล็กที่อยู่ในสภาพหมิ่นเหม่ถูกถอดออกจนเผยให้เห็นชั้นในเปียกชื้นสีขาวล้วน ฝ่ามือแกร่งของมาร์คยกขึ้นบีบขยำบั้นท้ายเนียนนุ่มสองสามทีก่อนที่ความกำหนัดจะสั่งให้เริ่มใช้นิ้วแหวกแทรกเข้าไปควานวนในรูร้อน ไม่ทันเบิกทางให้โพรงอุ่นขยับขยายอ้ากว้างไปมากกว่านั้นก็จัดการผละออกแล้วใช้อวัยวะที่ใหญ่โตกว่าเข้ามาแทนที่ จดจ่อรอชิดสนิทริมปากทางเข้าไม่กี่อึดใจ จึงแทงพรวดเข้าไปทีเดียวจนมิดลำ
“อ๊ะ อ๊า”
ทันทีที่ส่วนเชื่อมต่อโจนจ้วงเข้ามายังช่องทางด้านหลัง แบมแบมก็ถึงกับตัวชาวาบและนึกอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักที นี่เขาเผลอเคลิบเคลิ้มปล่อยตัวไปตามอารมณ์จนลืมว่ามาร์คยังไม่ได้ใส่ถุงยางป้องกัน หนำซ้ำพอจะขยับตัวให้ส่วนเชื่อมต่อหลุดรอดออกจากกัน ก็ถูกอีกฝ่ายใช้กำแพงมนุษย์กักขังเขาไว้ในพันธนาการที่ติดอยู่กับความสุ่มเสี่ยงว่าจะตั้งครรภ์อีกรอบเสียแล้ว
“อ๊ะ”
สัญชาตญาณผู้ล่าของมาร์คยังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเสมอ เพียงเห็นว่าร่างกายของแบมแบมจงใจแสดงปฏิกิริยาต่อต้าน ก็ยิ่งแสดงอำนาจด้วยการเบียดเสียดความโอหังจนจมลึก ฉุดรั้งจนพากันดำดิ่งสู่ตราบาปแห่งราคะที่ยากจะลืมเลือน มาร์คดึงทึ้งเสื้อนอนของแบมแบมออกอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้เกลี่ยยอดอกด้านหน้าจนมันแข็งชูชันขึ้นสู้เป็นตุ่มไต แกล้งหยอกเอินด้วยการเคล้าคลึงเบาๆ แล้วจึงบีบรุนแรงจนเนินนมเล็กๆ สองเต้าเริ่มบวมเป่ง
“อื้อ”
ขณะที่ด้านบนโดนกระทำอนาจาร ส่วนอ่อนไหวด้านล่างก็โดนรุกรานไม่ซาสร่าง แบมแบมหอบหายใจเหนื่อยอ่อนอย่างคนใกล้หมดลมจนดวงหน้าหวานจมลงไปกับหมอนนุ่ม รูร้อนขยับขยายออกกว้างเพราะโดนความเป็นชายของมาร์คกระทุ้งกระแทกเข้ามาไม่หยุดหย่อน น้ำกามข้นเหนียวไหลเยิ้มหยดย้อยจนหล่นร่วงเป็นทางยาวลงสู่ผ้าปูที่นอนผืนใหม่ หลักฐานคราบคาวกระจายตามจุดให้เห็นเป็นดวงๆ จนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้เจ้าของร่างนวยแน่งรู้สึกเสียวเสียดไปถึงไหนต่อไหน
“ยองแจอ่า ฉันรักนาย”
ทว่ามีความสุขได้ไม่นาน ความทุกข์ระทมก็โหมพัดกระหน่ำกลับเข้ามาใหม่ในรูปแบบของคนที่อ้าปากรอกินน้ำใต้ศอก หลังจากได้สติ แบมแบมก็รีบเงยหน้าขึ้นจากหมอนนุ่มพร้อมทั้งพยายามขืนตัวให้หลุดจากเซ็กส์สุดเร่าร้อนของมาร์ค หมดแล้วซึ่งอารมณ์ร่วมที่มีมาตลอดเมื่อครู่ เวลานี้มีเพียงหยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าซึ่งรินไหลอาบแก้มนวลลงมาไม่ขาดสายเพียงเท่านั้น
“ฮึก ปล่อยผม ปล่อยผมนะครับคุณมาร์ค ฮึก”
“ทำไม แค่ฉันครางชื่อคนอื่นตอนกำลังเอากับนาย ก็ทำเป็นรับไม่ได้ซะแล้วเหรอ”
“ฮือ อ๊ะ อ๊า”
ยิ่งเสียงร้องไห้ครวญคร่ำดังขึ้น มาร์คก็ยิ่งบีบเนื้อนุ่มหนั่นบริเวณบั้นท้ายของแบมแบมแน่นเข้าไปอีก เมื่อจับมั่นแล้วจึงโจนจ้วงเข้าไปในร่องทางคับแคบแสนรัดไม่ยั้งพัก กล้ามท้องลอนสวยชนเข้ากับแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ดูท่าเจ้าของคงเหยียดกายขึ้นด้วยอยากจะขัดขืนเต็มทน ทว่ามีหรือที่มาร์คจะยอมปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนั้น เมื่ออารมณ์ดิบพลุ่งพล่านสูงลิบ ฝ่ามือแกร่งสองข้างก็คว้าท่อนแขนเรียวของแบมแบมไว้ให้อยู่ในท่านั่งซ้อนตัวจากทางด้านหลัง ก่อนจะกระแทกกระทั้นตัวเข้าไปด้วยการซอยถี่ ระรัวละเลงเสียจนไม่กี่อึดใจน้ำกามสีขุ่นก็หลั่งรดคารูร้อน
“อา...”
มาร์คครางทุ้มในลำคอเพราะได้ปลดปล่อยทุกหยาดหยดข้างในตัวคนอวดดี พอได้สั่งสอนจนอีกฝ่ายนอนร้องไห้กอดหมอนก็ยอมปล่อยลำแขนเรียวเป็นอิสระ ทันทีที่ส่วนเชื่อมต่อหลุดรอดออกจากกัน สายตาของมาร์คก็ก้มต่ำลงมองช่องทางด้านหลังของแบมแบมที่ถูกทำให้ย่อยยับเพราะการกระทำเมื่อครู่ เวลานี้มันขมิบเกร็งจนน้ำกามที่หลังไว้ด้านในค่อยๆ ทยอยไหลออกมาด้านนอก เพราะจำได้ว่าลั่นวาจาไว้ในตอนแรกว่าจะทำให้คนช่างพยศท้องอีกรอบ มาร์คจึงยกนิ้วเย็นเยียบขึ้นไกล่เกลี่ยน้ำคาวร้อนให้มันเข้าไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ใหม่ รอจนแน่ใจว่าร่างกายของแบมแบมโอบรับทุกหยาดหยดของเขาเข้าไปหมดแล้ว จึงยอมผละกายออกไปนอนอีกฝั่งหนึ่งของเตียง
“ฮึก”
หลังจากปล่อยให้หยาดน้ำตามากมายรินไหลเพราะคำพูดเสียดแทงของคนไร้หัวใจ แบมแบมจึงค่อยๆ หอบร่างนวยแน่งของตัวเองลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างเชื่องช้า ฝ่ามือน้อยคว้าเอายาคุมฉุกเฉินซึ่งอยู่ในลิ้นชักขึ้นมาแกะก่อนจะกระดกมันเข้าปาก นัยน์ตารื้นก่ำไปด้วยหยาดน้ำสีใสมากมายเหลือบมองผู้ชายที่ยังตีสีหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยความน้อยใจล้นปรี่ เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ช่วยทำให้แบมแบมรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหนสำหรับมาร์คได้เป็นอย่างดี เพราะต่อให้ร่างกายจะถูกทำร้ายจนบอบช้ำหรือละเอียดเป็นจุนและผุยผงกว่านี้ อีกฝ่ายก็คงไม่มีทางตีค่าเขาไปมากกว่า...

เมียแต่งไร้ราคาที่น่าสมเพชคนหนึ่ง

______________________________________
กลับไปอ่านต่อและแสดงความคิดเห็นในลิงก์ https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1601330&chapter=5 
หรือติดแท็ก #เมียแต่งมบ

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

เมียแต่ง ๐๒ :: ทุรนทุราย

[ เมียแต่ง ] Mark x Bambam
๐๒ :: ทุรนทุราย
x ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อ
x ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ


“อ๊ะ”
คนตัวบางสะดุ้งโหยงยามโดนกระชากเอวบางไปกอดก่ายด้วยสัมผัสหยาบโลน ก่อนที่เจ้าของร่างนวยแน่งจะได้ทันเตรียมใจ แข้งขาเรียวยาวถูกยกขึ้นพาดบ่าจนหน้าท้องแบนราบเผลอหดเกร็ง ไม่กี่นาทีถัดมา ช่องทางด้านหลังที่แทบจะปิดชิดในคราวแรกก็ถูกรุกรานรุนแรงด้วยความแข็งขืนซึ่งปราศจากการเล้าโลมใดๆ ความรวดร้าวราวกับร่างกายกำลังปริแยกส่งผลให้หยดน้ำใสไหลรินลงมาจากหางตาคู่สวยไม่ขาดสาย ยิ่งรูร้อนบริเวณจีบพับสีสวยไม่ขยับขยายเปิดทางให้ ความมุทะลุของมาร์คก็ยิ่งเดินหน้าดุนดันตอกใส่จนแบมแบมต้องขยำกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น
“อ๊า!”
เพราะไม่มีอารมณ์ร่วมให้กับกิจกรรมใคร่บนเตียง บทรักร้อนแรงจึงถูกสอนสั่งแบบไม่ยั้งพัก เจ้าของเสียงหวานกัดปากครางฮือข่มงำเก็บความเจ็บปวดระทมทุกข์เอาไว้ ความเป็นชายที่ทั้งใหญ่และพองโตส่อเสียดเบียดชิดเข้ามาในร่างจนโพรงร้อนด้านหลังเริ่มมีปฏิสัมพันธ์ขึ้นมาบ้าง ทว่ายังไม่ทันได้ทำความคุ้นเคยไปมากกว่านั้น จังหวะเนิบนาบในคราวแรกก็ถูกแปรเปลี่ยนเป็นกระทุ้งกระแทกระรัว รุนแรงเร่าร้อนเสียจนได้ยินเสียงน้ำกามกระฉอก คราบคาวไหลเยิ้มเป็นทางยาวลงสู่ผ้าปูที่นอนสีขาว ก่อนที่การย่ำยีที่ไร้ซึ่งความรักจะถูกเร่งจังหวะเสียจนคนโดนกระทำไม่มีโอกาสได้พักหายใจ
“อื๊อ อ๊า คุณมาร์ค ผมเจ็บ อ๊ะ”
“โดนปี้เช้าปี้เย็นจนรูกลวงขนาดนี้ยังจะมีความรู้สึกอีกเหรอ แบมแบม”
“อ๊า!”
“หึ”
 มาร์คแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความลำพองใจพลางโจนจ้วงส่วนกลางลำกายขนาดใหญ่ให้เข้าไปสำรวจในโพรงอุ่นจนสุด  ถุงยางอนามัยไม่จำเป็นในการณ์นี้ เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่ได้สั่งสอนคนพูดจาระคายหูให้รู้จักเข็ดหลาบ ถึงครั้งนี้จะมีเซ็กส์โดยปราศจากการป้องกัน ทว่านั่นก็ไม่ทำให้มาร์ครู้สึกผิดต่อแบมแบมที่ตกอยู่ในสถานะเมียแต่งของเขาเท่าไรนัก
หลังจากแตกในจนรูร้อนที่ใช้ระบายความใคร่นี่ย่อยยับ ค่อยบังคับให้แบมแบมกินยาคุมฉุกเฉินทีหลังก็ได้
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ต้องยอมทำตามใจเขาอยู่แล้ว
แค่คิดก็ถึงกับกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ มาร์คสูดปากข่มความเสียวก่อนจะโจนจ้วงความแข็งขืนเข้าไปจนสุดแรง เดินหน้าตอกใส่ความจงเกลียดจงชังไม่ยั้งพัก จนร่างทั้งร่างของแบมแบมสั่นไหวไปตามแรงโยกคลอน ทั้งที่ได้รังแกจนเห็นน้ำตาของอีกฝ่ายมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่ทำไมมาร์คถึงยังไม่พอใจ
มันเหมือนกับว่าเขาต้องการแบมแบมมากกว่านี้...
ต้องการได้ทั้งหมดของแบมแบม ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าตอนนี้ แม้แต่แค่คำว่า ‘ศักดิ์ศรี’ อีกฝ่ายก็ไม่มีจะมอบให้
เพราะมันถูกเขาขโมยมาจนหมดแล้ว
ไม่เว้นแม้แต่ ‘ชีวิต’ หรือ ‘หัวใจ’
“รักฉันมากไหมแบมแบม ฉันทำขนาดนี้นายยังจะหน้าด้านรักฉันอยู่ไหม”
ค่อนขอดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะถาโถมเข้าหาร่างสะโอดสะองใต้ร่างอย่างเต็มรัก โจนจ้วงเข้าไปในโพรงร้อนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซ้ำยังเพียรมอบจูบปลิดลมหายใจจนเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ หยาดเหงื่อที่ชโลมไหลไปทั่วตารางผิวและเสียงเอี๊ยดอ๊าดของขาเตียงทำให้แบมแบมรับรู้ได้ว่าเวลานี้ช่องทางด้านหลังโดนตอกใส่รุนแรงขนาดไหน ส่วนปลายหัวขนาดใหญ่ของมาร์คแตะเข้าที่จุดกระสันในร่างซ้ำๆ จนแบมแบมไม่อาจฝืนต้านความช้ำชอก น้ำคาวชื้นแฉะในคราวแรกเวลานี้กลับผสมปนเปไปด้วยหยดเลือดกลิ่นคละคลุ้ง แบมแบมเจ็บแปลบจนต้องยกฝ่ามือที่กำผ้าปูที่นอนไว้ในคราวแรกขึ้นดันหน้าอกแกร่งของมาร์คให้ถอยห่างออกไป แต่เพราะอีกฝ่ายคงเข้าใจว่าตั้งใจจะพยศสู้ บทสรุปถึงได้ลงเอยด้วยการโดนกำราบให้ชอกช้ำยิ่งกว่าเดิม
ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก
“คุณมาร์คอย่าทำแรง อึก...ลูก อย่า อ๊า!”
สิ้นเสียงวิงวอน ก้อนเลือดขนาดปริมาณเท่าตับหมูถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ไหลออกมาจากร่องทวารหนักจนคนกระทำอย่างมาร์คเองยังตกใจ นัยน์ตาคมเบิกกว้างก่อนจะยอมผละออกจากอะไรก็ตามที่กำลังทำอยู่ พอหยุดคิดและตั้งสติได้ อารมณ์ปรารถนาชั่ววูบที่ทำให้หน้ามืดตามัวจึงลับหายไปกับตา มาร์คจัดแจงเร่งสวมกางเกงด้วยความเร็วรี่ก่อนจะควานหาผ้าขนหนูมาหุ้มร่างที่หมดสติไปแล้วของแบมแบมไว้ มือข้างหนึ่งรีบคว้ากุญแจรถบนเตียงใส่กระเป๋าเสื้อและวิ่งตาลีตาเหลือกไปยังยานพาหนะสี่ล้อที่จอดทิ้งไว้ในโรงรถ
“แบมแบมตื่นก่อนนะแบมแบม แบมแบม นายได้ยินที่ฉันพูดไหม...”
เพราะไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงหายใจที่ฟังดูไม่สม่ำเสมอ ใบหน้าหล่อของมาร์คเลยซีดเผือดราวกับเวลานี้กระแสเลือดลำเลียงไปเลี้ยงไม่ถึง เพราะถ้าที่แบมแบมบอกปาวๆ กับเขาว่ากำลังตั้งครรภ์เป็นความจริง อย่างนั้นก็แปลว่าตอนนี้เขาได้ทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองลงไปแล้ว
เขาเป็นคนทำให้แบมแบมแท้ง...
เขาเป็นฆาตกรใจบาปที่ฆ่าได้แม้กระทั่งลูกของตัวเอง

______________________________________
แสดงความคิดเห็นในลิงก์ https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1601330&chapter=3 
หรือติดแท็ก #เมียแต่งมบ
         

          

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Blue Blood สุภาพบุรุษ...แวมไพร์ :: ๐๙ รักลวง

[ Blue Blood ] Mark x Bambam
๐๙ :: รักลวง
x ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อ
x ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ



“อ๊า”
เสียงเล็กแหบพร่าครางสะเทือนเมื่อโดนสัดส่วนซึ่งรับหน้าที่เชื่อมต่อร่างสองร่างกระทุ้งกระแทกเข้ามาจนสุดแรงในคราวเดียว ยิ่งมาร์คได้เห็นสีหน้าเปื้อนคราบน้ำตาแลดูยั่วยวนของคนรักผ่านกระจก มาร์คก็ยิ่งนึกอยากที่จะขยับเข้าออกให้ความต้องการถูกปลดปล่อยจนทนไม่ไหว แต่จนแล้วจนรอดด้วยต้องการสั่งสอนให้เด็กน้อยได้รู้จักหลาบจำ มาร์คก็ยังเลือกที่จะยืนนิ่งๆ เพื่อให้บทลงโทษกับกันต์พิมุกต์ที่พูดอะไรออกมาไม่คิด
“มองไปข้างหน้าสิกันต์พิมุกต์ ไม่งั้นเราจะปล่อยให้เธอทรมานอยู่แบบนี้...”
นั่นไม่ใช่แค่คำขู่ เพราะมาร์คกำลังทำให้กันต์พิมุกต์ทรมานอย่างที่เขาพูดจริงๆ ร่างขาวซีดทว่าสง่างามยืนนิ่งไม่ขยับตัว ทั้งที่ส่วนแข็งขืนยังคงค้างคาแช่นิ่ง มันเป็นการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับคนรองรับอารมณ์อย่างกันต์พิมุกต์เป็นอย่างมาก ความอึดอัดทำให้ต้องขบฟันแน่นเสียจนได้ยินเสียงก่นกรอด และถึงแม้จะมีอารมณ์ปรารถนาล้นปรี่ แต่นั่นก็ไม่ทำให้กันต์พิมุกต์ยอมเงยหน้าขึ้นมองกระจกของโต๊ะเครื่องแป้งตามคำสั่งของมาร์คอยู่ดี
ด้วยทิฐิที่มีอยู่สูงกว่า... แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวไปด้วยหยาดน้ำตามากล้น แต่ที่สุดแล้วกันต์พิมุกต์ก็ยังดื้อดึงที่จะพยศสู้ ร้อนถึงมาร์คที่ต้องใช้ฝ่ามือเบือนหน้าของอีกฝ่ายขึ้นด้วยตัวเอง ถึงแม้จะหงุดหงิดที่คนตัวเล็กไม่ยอมทำตามใจ แต่ก็ต้องแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างผู้ชนะที่หลัง เมื่อดวงตากลมจำต้องปรือขึ้นมองกระจกอย่างอายๆ
 และภาพเงาสะท้อนของกระจกที่กันต์พิมุกต์ได้เห็นก็ทำให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นอย่างเขินจัด เพราะนอกจากจะมีเพียงเงาสะท้อนของตนเพียงคนเดียวที่อยู่ในนั้นแล้ว รอยแดงตามตัวที่ยังสดใหม่อย่างตั้งใจแสดงเจตนารมณ์บอกความเป็นเจ้าของ และบางจุดที่เลยเถิดเป็นรอยกัดของฟันเขี้ยวแหลมคมที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แบบเด่นชัดก็ทำให้ร่างเล็กต้องเสมองไปด้านข้าง
บรรยากาศโดยรอบเริ่มตลบอบอวลไปด้วยหมอกควันจางๆ สีชมพูของกลิ่นอายความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่หน้าของกันต์พิมุกต์ยังคงขึ้นสีแดงเรื่อถึงใบหูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพราะนอกจากเจ้าตัวจะยังทำใจยอมรับสภาพที่เพิ่งเห็นไม่ได้แล้ว หนำซ้ำเขายังรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของส่วนเชื่อมต่อด้านล่างอีกต่างหาก...
“ทีนี้เห็นหรือยัง ว่าเรื่องระหว่างเรากับเธอเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้น และถึงตอนนี้...ก็ยังเกิดขึ้น”
“อะ...อา”
“ดูสิ ร่างกายของเรามันรักเธอขนาดไหน กันต์พิมุกต์”
“อึกกก”
แค่ร่างกายใช่หรือเปล่า...ที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่ามาร์คมองเขาเป็นตัวแทนของคนชื่อแบมแบมอย่างนั้นใช่ไหม บอกมาว่าไม่รักยังจะให้ความรู้สึกดีกว่าที่มาทำกับเขาแบบนี้ การที่มาร์คใช้เขาเพื่อเป็นตัวแทนสำหรับใครนั้น ไม่ว่ามาร์คจะรู้หรือไม่ก็ตาม…
แต่การกระทำแบบนี้น่ะ มันทำให้เขาเจ็บปวดในอกมากเลย
“ฮือออ พอ...อึก พอแล้ว”
“ไม่พอหรอกกันต์พิมุกต์ ไม่พอ”
“ฮือออ”
“อย่าร้องไห้ เพราะน้ำตามันไม่คู่ควรกับนาย ไม่เลยสักนิด...”
มาร์คกระซิบเสียงพร่าพร้อมทั้งกดจูบลงบนไหล่มนของกันต์พิมุกต์ เขากอดปลอบร่างน้อยในอ้อมอกและรอให้เสียงสะอึกสะอื้นหยุดลง ก่อนจะใช้สายตาสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจจากในกระจก ที่ถึงแม้จะไม่สะท้อนเงาของเขา แต่แค่ให้กันต์พิมุกต์ได้เห็นสีหน้าของตัวเองว่ามีความสุขขนาดไหนตอนที่เขาสอดใส่ก็เพียงพอแล้ว
เจ้าชายผู้สูงศักดิ์พยายามจดจำรายละเอียดรอบตัวของกันต์พิมุกต์ทั้งหมดไว้ผ่านทางภาพสะท้อน ทั้งรอยแผลเป็นตรงต้นคอและรอยตำหนิตรงส่วนอื่นๆ
จะมีแค่เขาเท่านั้นที่ได้เห็นทั้งหมดนี่... เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ไอร้อนของลมหายใจลอยฟุ้งติดกระจกจนเกิดฝ้า ในขณะที่ร่างกายของคนตัวเล็กยังคงสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทกของจังหวะรักที่จาบจ้วงลงมาไม่หยุด  รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วงและหน้ามืดคล้ายคนน้ำตาลในเลือดต่ำ หากแต่ยังไม่ทำให้ถึงกับสลบ เพราะความหวานที่ร่างกายโหยหากำลังจะถูกป้อนเข้าปากด้วยลิ้นฉ่ำของมาร์ค
           มาร์คเอี้ยวหน้าของกันต์พิมุกต์ให้หันมาด้านข้าง พร้อมทั้งใช้ลิ้นที่ช่ำชองของตนสอดใส่เข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่าย บังคับให้ริมฝีปากอิ่มที่บวมช้ำยอมเปิดทางด้วยการบดเบียดขยี้จูบร้อนลงไปซ้ำๆ จนในที่สุดกันต์พิมุกต์ก็ต้องเผยอปากขึ้นยอมรับเกลียวลิ้นที่รุกล้ำเข้ามาในปากอย่างเอาแต่ใจ
และถึงแม้ว่าจะเคยลิ้มชิมรสเกลียวลิ้นหวานบ่อยแล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะเกี่ยวกระวัดเล่นอย่างหยอกล้ออีกครั้ง ที่เป็นแบบนี้เพราะมาร์คไม่เคยรู้สึกเบื่อ มันเป็นความหวานที่มีอยู่ในเฉพาะบุคคล และสำหรับเขาแล้ว...กันต์พิมุกต์ให้รสชาติหวานล้ำที่สุด
“อือออ อ๊า!”
กันต์พิมุกต์ส่งเสียงครางฮือในลำคอเมื่อความเนิบนาบเชื่องช้า แปรเปลี่ยนจังหวะเป็นความเร็วที่ทำให้ร่างทั้งร่างต้องสั่นคลอน
และไม่กี่นาทีถัดมา กันต์พิมุกต์ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ถูกปลดปล่อยในตัวเขา ระบบกลไกทำให้เขาเกร็งกระตุกก่อนจะปลดปล่อยตามอีกฝ่ายด้วยความสุขสม และเพราะหลักฐานการร่วมรักที่มีจำนวนมาก คราบน้ำสีขาวจึงไหลเยิ้มออกมาตามต้นขาอ่อนที่ตอนนี้แดงเถือกเพราะผลพวงของการรับแรงกระแทกซ้ำๆ
"อาบน้ำกันนะ"
“...”
อยากจะขัดขืน อยากจะต่อปากต่อคำ อยากจะคัดค้านคำเชิญชวนของมาร์คออกไป...
แต่เพราะกันต์พิมุกต์รู้ดีว่าตอนนี้แข้งขาเล็กของเขาไม่มีเรี่ยวแรงพอแม้แต่จะทรงตัว แค่จะยืนเฉยๆ ก็ยังรู้สึกว่ามันช่างเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกิน กันต์พิมุกต์จึงยอมให้มาร์คช้อนตัวขึ้นไปชำระล้างตัวในห้องน้ำโดยไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ มาร์คก็จัดแจงเปิดน้ำในอ่างอาบน้ำทรงกลมขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปอาบรวมกันได้หลายคนอย่างรู้งาน ร่างสูงค่อยๆ วางร่างเล็กของกันต์พิมุกต์ลงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำอย่างเบามือ ก่อนที่จะหยิบสบู่เหลวกลิ่นกุหลาบและตามเจ้าของดวงใจลงไปแช่ตัวในนั้น แม้ตอนแรกจะเป็นการนั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่มาร์คที่ทนดูร่างเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรไม่ได้ ก็เป็นฝ่ายดึงตัวกันต์พิมุกต์ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาก่อน
“อะ คุณมาร์ค...”
กันต์พิมุกต์ร้องท้วงเบาๆ เมื่อหลังของตัวเองพิงลงที่อกแกร่งของมาร์ค แม้จะสะดุ้งไหวเล็กน้อยแต่สัมผัสที่คุ้นชินก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเป็นกังวลเท่าไรนัก ซึ่งดูจากท่วงท่าที่มาร์คจัดแจงให้ใหม่นั้น สามารถอธิบายได้ว่าตอนนี้เขากำลังโดนมาร์คกอดจากทางด้านหลัง เพราะถูกจับเปลี่ยนท่าเปลี่ยนทางกะทันหันแบบนี้ จึงมีเรื่องให้คนตัวเล็กใบหน้าร้อนฉ่า... เพราะกันต์พิมุกต์กำลังรับรู้ได้ถึงความตื่นตัวของอีกฝ่ายที่กำลังกระทบลงบนแผ่นหลังของเขาได้เป็นอย่างดี
“อยู่นิ่งๆ นะเด็กดี”
มาร์คกระซิบเสียงพร่าพร้อมทั้งบีบสบู่กลิ่นหอมลงบนฝ่ามือ จากนั้นจึงชโลมมันลงตามเรือนร่างของกันต์พิมุกต์ทีละส่วน สัมผัสแผ่วเบา วาบหวิว ทำให้ใจดวงน้อยสั่นไหว ความอบอุ่น ความอ่อนโยน คือสัมผัสที่กันต์พิมุกต์กำลังได้รับจากมาร์ค แม้ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องของความรุนแรงและการถูกเอารัดเอาเปรียบมากกว่าก็ตาม
ฟองสบู่ที่ลอยขึ้นเหนือน้ำจำนวนมากทำให้ถ้ามองจากมุมบนจะไม่เห็นอะไรไปมากกว่าภาพของมาร์คกำลังโอบกอดกันต์พิมุกต์ไว้ แต่ถ้ามองจากมุมล่าง กระแสน้ำที่ใสแจ๋วจะทำให้เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฝ่ามือข้างหนึ่งของมาร์คกำลังปลุกปั่นส่วนอ่อนไหวของกันต์พิมุกต์ให้ตื่นตัว
“อะ...อ๊า”
สุ้มเสียงหวานครางเสียงหลงเมื่อนิ้วเรียวของมาร์คกำลังวนไปมาอยู่ช่วงส่วนปลายโค้งมน และยิ่งครางเสียงดังขึ้นอีกเมื่อนิ้วเรียวถูไถลงตรงเส้นทางที่ใช้ปลดปล่อย การกระทำของมาร์คทำให้ร่างเล็กเกร็งจัดเสียจนปลายเท้าสองข้างงองุ้ม และไม่นานนักความกระสันที่ถูกปลุกขึ้นอีกครั้งก็ช่วยทำให้ส่วนอ่อนไหวตื่นตัว
“อ้าขาหน่อย”
มาร์คออกคำสั่งเสียงพร่าพร้อมทั้งเปลี่ยนตำแหน่งนิ้วมือให้เคลื่อนลงไปด้านล่างแทน มืออีกข้างจัดแจงช้อนบั้นท้ายเล็กขึ้น แล้วจึงทำการสอดใส่นิ้วเรียวเข้าไปยังช่องทางสีหวาน แม้กันต์พิมุกต์จะเป็นของเขาแล้ว แต่ความคับแน่นก็ยังคงตอดรัดเองตามธรรมชาติอย่างรับรู้ว่านั่นเป็นสัมผัสจากเขา
“อึก...อื้อ อ้ะ!”
“ครางอีก...เรียกชื่อเราสิ กันต์พิมุกต์”
“อ้า คุณมาร์ค...อ๊า”
เมื่อเห็นว่าสติของอีกฝ่ายเริ่มเตลิดตามเกมรักร้อน มาร์คจึงฉวยจังหวะนั้นเพิ่มจำนวนนิ้วลงไปยังช่องทางรัก ความเจ็บที่เพิ่มขึ้นทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งไหว และเป็นเพราะกันต์พิมุกต์เอาแต่ครางฮือ มาร์คจึงใช้นิ้วเรียวอีกข้างประมาณสองถึงสามนิ้วสอดเข้าไปในโพรงปากเล็ก
“อา...”
ซึ่งการกระทำนั้นก็ทำให้ร่างสูงครางเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาเสียเอง เพราะนอกจากร่างเล็กจะขบนิ้วของเขาเบาๆ แล้ว เจ้าตัวยังดูดดุนปลายนิ้วของเขาเข้าออกอย่างลืมตัวอีกต่างหาก
เพราะห้วงอารมณ์แห่งตัณหาที่เข้าครอบงำ ทำให้มาร์คยอมถอนมือออกจากทั้งสองสิ่งที่กำลังสร้างความเพลิดเพลินให้เขา จากนั้นจึงค่อยๆ หันตัวร่างเล็กให้กลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง และเมื่อมาร์คได้เห็นใบหน้าแดงก่ำเพราะความขวยเขินของอีกฝ่ายก็ทำให้เขารู้สึกเอ็นดู ร่างสูงเชยคางมนของคนที่คอยแต่จะหลบหน้าหลบตาขึ้น ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มหน้าลงไปมอบจุมพิตแสนเร่าร้อนให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง
เสียงแลกน้ำลายดังขึ้นท่ามกลางความต้องการของหนึ่งมนุษย์กับหนึ่งแวมไพร์ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ร่างเล็กๆ ของกันต์พิมุกต์ถูกอุ้มให้นั่งอยู่บนตัวของมาร์ค กว่ากันต์พิมุกต์จะรู้ว่าตนถูกมาร์คจัดแจงให้อยู่ในท่าล่อแหลมก็เอาตอนจังหวะที่มาร์คเริ่มสอดใส่ส่วนที่แข็งขืนเข้ามาในตัวของเขาแล้ว...
“อ้า คุณมาร์ค ผม...เจ็บ ฮึก”
“นั่งลงมาเลย”
“อึก...แต่ผม อื้ม”
เพราะอีกฝ่ายมัวแต่กระดากอายทำให้มาร์คที่รอไม่ไหวเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับแลกลิ้มชิมรสริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สองมือของมาร์คกดบั้นท้ายของกันต์พิมุกต์ลงไปด้วย เมื่อช่องทางสีหวานกลืนกินสิ่งแปลกปลอมที่ใส่เข้ามาจนสุด ผนังอุ่นด้านในก็ทำการต้อนรับด้วยการตอดรัดเป็นอย่างดี
“อา อื้ออ อ อ ฮึก”
มาร์คกดตัวเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นให้กดแช่ไว้อย่างนั้น พร้อมกับที่ยอมปล่อยริมฝีปากอิ่มให้เป็นอิสระ ตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็เป็นแค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น เพราะนัยน์ตาหวานเชื่อมของมาร์คดูใจดีและอบอุ่นมากเกินไป ทำให้เด็กขี้อายในเรื่องนี้อย่างกันต์พิมุกต์ต้องแกล้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นอย่างช่วยไม่ได้...
จนเมื่อรู้สึกว่าส่วนที่ใช้เชื่อมต่อปรับสภาพได้เยี่ยมและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว มาร์คจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทรักด้วยการขยับตัวเข้าออกอย่างช้าๆ แต่ติดจะลำบากหน่อยเพราะเป็นฝ่ายนั่งอยู่ข้างล่าง ทว่าเพราะความต้องการที่อัดแน่นอยู่ภายใน ทำให้ร่างสูงทำการอ้อนวอนร้องขอให้ร่างเล็กขยับตัวขึ้นลงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ที่เป็นใครได้ฟังก็ต้องถึงกับใจสั่นและไม่มีทางที่จะปฏิเสธลง
“เธอช่วยขยับหน่อยนะ”
“คุ...คุณ...ผมไม่...”
“นะ...ที่รัก”
แก้วตาน้อยสั่นไหว หัวใจดวงน้อยเผลอเต้นไม่เป็นส่ำ เพียงเพราะคำหวานที่มาร์คเป่าผ่านแก้วหูแผ่วเบาก็ทำให้ห้วงความคิดของกันต์พิมุกต์เตลิดไปไกล มึนงงสับสนจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินจากปากมาร์คเมื่อครู่นั้น มันจะผิดเพี้ยนไปจากความหมายของคำว่า ที่รัก สำหรับคนทั่วไปหรือเปล่า...
ทว่าตอนนี้กันต์พิมุกต์ไม่มีเวลาที่จะให้คิดถึงเรื่องอื่นอีกแล้ว เมื่อมาร์คใช้มือเย็นเฉียบจับช่วงเอวบางของเขาเอาไว้แน่น สายตาที่อีกฝ่ายใช้มองมามันเต็มไปด้วยความเสน่หา หวานล้ำเหมือนอยู่ในมนต์สะกด หวานมากเสียจนทำให้ร่างทั้งร่างยอมขยับขึ้นลงเพื่อเอาอกเอาใจอีกฝ่าย
แรงกระแทกขึ้นลงที่สวนกลับผสานเข้ากันเป็นจังหวะลงตัว สายน้ำกระเพื่อมไปตามแรงสั่นคลอนของหนึ่งมนุษย์กับหนึ่งแวมไพร์ที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ในน้ำ คลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าถูกสร้างขึ้นตามจังหวะท่วงท่าลีลารัก เสียงสูดปากสูดคอเพราะความเสียวกระสันยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันช่างยาวนานที่ร่างกายของทั้งสองฝ่ายพร่ำเพรียกหากันอยู่แบบนั้น

นานแสนนานจนกระทั่งต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยออกมา




#ฟิคบลูบลัด
แสดงความคิดเห็นได้ที่ลิงก์ด้านล่างค่ะ

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Blue Blood สุภาพบุรุษ...แวมไพร์ :: ๐๘ แบมแบม

[ Blue Blood ] Mark x Bambam
๐๘ :: แบมแบม
x ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อ
x ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ


“อ๊ะ!”
สุ้มเสียงพร่าครางหลง เมื่อปลายนิ้วเย็นของมาร์คสัมผัสเข้ากับส่วนอ่อนไหวโดยไร้ซึ่งอาภรณ์กั้น น้ำสีใสเยิ้มออกจากส่วนปลายโค้งมนที่ถูกมาร์คใช้นิ้วไล้วนไปมา กันต์พิมุกต์กัดปากอย่างสะกดกลั้นเสียงร้อง อับอายจนต้องซบหน้าลงกับไหล่กว้างของมาร์คไว้ เพราะรู้สึกดี...จึงยอมหลับหูหลับตาให้มาร์ครูดปลายนิ้วขึ้นลงบนส่วนอ่อนไหวที่เริ่มตื่นตัว  และเพราะยิ่งมาร์คเร่งจังหวะก็ยิ่งรู้สึกเสียวเสียด เสียงสูดปากสูดคอถึงได้ดังระงมไปทั่วทั้งห้อง กลิ่นควันของห้วงเสน่ห์กามารมณ์ที่โดนเจ้าชายเย็นชาปลุกปั้น ค่อยๆ ลอยคละคลุ้งตลบอบอวลแทนออกซิเจนที่มนุษย์อย่างเขาใช้หายใจ
“อื้อ! เบา เบาๆ” กันต์พิมุกต์อ้อนวอนเสียงพร่าอย่างน่ารักแล้วดันตัวของมาร์คออกเพื่อเป็นสัญญาณขอพักหายใจหายคอ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันกลับกัน เพราะยิ่งเจ้าตัวทำแบบนั้น ก็ยิ่งทำให้มาร์คนึกสนุกอยากแกล้งมากขึ้นไปอีก แม้จะสงสารที่ตอนนี้อีกฝ่ายเนื้อตัวร้อนผ่าวเพราะพิษรักที่มอบให้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังเอื้อนเอ่ยเรียกชื่อเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายระวังตัวก่อนจะกระทำการเอาแต่ใจ
“มันจะเจ็บหน่อยนะ”
“อ๊ะ อื้อ!”
คนถูกกระทำสะดุ้งตัวโยน เพราะจู่ๆ ก็โดนคมเขี้ยวของมาร์คฝังลึกลงไปในลำคอขาว แถมยังเป็นตำแหน่งเดียวกับรอยแผลเป็นที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด มันเจ็บแปลบเสียจนเขาต้องใช้มือจิกไหล่ของมาร์คเอาไว้ เหมือนวิญญาณกำลังหลุดออกจากร่าง เนื้อตัวคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพียงเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับในตอนนี้ ฟันเขี้ยวเล็กๆ ขบริมฝีปากล่างไว้แน่นอย่างอดกลั้นความทรมาน แก้วหูได้ยินเสียงมาร์คสูดปากบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังดื่มเลือดของตน
“อ๊ะ!”
กันต์พิมุกต์ครวญครางออกมาเบาๆ จงใจประท้วงน้อยๆ เพื่อบอกให้มาร์คถอดถอนคมเขี้ยวออกก่อนที่เลือดของเขาจะหมดตัว
ไหนอีกฝ่ายบอกว่าเป็นมังสวิรัติยังไงล่ะ แล้วที่มาทำแบบนี้กับเขา มันหมายความว่ายังไงกัน
“หวาน...” มาร์คผละออกจากต้นคอขาวเนียนซึ่งมีเพียงรอยตำหนิเป็นแผลเป็นจางๆ ที่ดูคล้ายรอยเขี้ยว นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มสีน้ำเงินเปี่ยมล้นไปด้วยไฟเสน่หาจ้องมองรอยที่เขาเพิ่งกัดทับไปอย่างหลงใหล ก่อนจะก้มหน้าลงไปประทับจูบแผ่วเบาลงบนแผลสดใหม่ที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเขาเอง
“ทำไมเลือดของเธอถึงได้รสชาติหวานขนาดนี้”
คำถามของมาร์คทำให้กันต์พิมุกต์ผุดลุกขึ้นนั่งจนหลังพิงกับหัวเตียง และพลอยหลุบสายตาลงต่ำเพราะไม่มีคำตอบจะให้ แต่ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าที่ทำแบบนั้น เพราะทันทีที่เปลี่ยนทัศนียภาพ ใบหน้าขาวจัดก็ต้องแดงซ่านถึงใบหู ภาพตรงหน้าที่กันต์พิมุกต์ได้เห็นก็คือภาพฝ่ามือของมาร์คกำลังเคลื่อนปลดกางเกงลง แล้วจากนั้นไม่นานก็คว้าส่วนที่ขยับขยายอยู่ใต้นั้นให้ออกมาสู้กับสภาพอากาศ
เพราะขนาดความใหญ่โตที่ได้เห็นเต็มๆ ตา ทำให้กันต์พิมุกต์จำต้องเสมองไปทางอื่น อับอายจนไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้จะเคยเป็นของกันและกันมาแล้ว แต่การได้เห็นของมาร์คซึ่งเป็นผู้ชายด้วยกันอีกครั้ง มันก็ยังไม่ทำให้กันต์พิมุกต์รู้สึกชินได้อยู่ดี
“นี่...อ้าขาหน่อย”
เจ้าของนัยน์ตากลมช้อนมองมาร์คอย่างอายๆ ถึงกระนั้นช่วงขาเรียวก็ยอมขยับเปิดทางอ้าหว่างขาออกให้เจ้าชายแวมไพร์ได้ยลเป็นขวัญตา กันต์พิมุกต์หายใจเข้าออกรัวๆ เพราะรู้สึกตื่นเต้น จนหน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
“อ้ากว้างๆ กว่านี้อีก”
มาร์คออกคำสั่งพร้อมกับใช้มือเย็นจัดแจงช่วงขาของกันต์พิมุกต์ให้อ้าออกอยู่ในองศาที่ตนเห็นสมควร เมื่อสมใจอยากจึงเอ่ยปากชมอีกฝ่ายเสียงหวิว “อย่างนั้นแหละ...คนดี”
ไม่พูดพร่ำทำเพลงมาร์คเริ่มบรรเลงสอดใส่นิ้วเรียวสวยลงไปทางช่องทางอ่อนนุ่มด้นหลัง ความตอดรัดทำให้เจ้าชายแวมไพร์เผลอยกยิ้ม จากหนึ่งนิ้วก็เพิ่มให้เป็นสองพร้อมทั้งควานเข้าออกไม่ยั้งพักราวกับกำลังทำการสำรวจร่างกายมนุษย์
“อึกกก เจ็บ ยุ...หยุดแค่นี้ได้มั้ย อื้อออออ”
เสียงครางประท้วงทำให้มาร์คโน้มหน้าลงไปแลกลิ้นกับกันต์พิมุกต์อีกครั้งเพื่อหลอกล่อให้อีกฝ่ายสนใจในรสจูบ ก่อนจะดึงนิ้วทั้งสามที่สาละวนเบิกทางรักออก แล้วฉุดร่างกันต์พิมุกต์ให้ยืนขึ้นบนเตียง นัวเนียช่วงบนได้สักพัก ก็จัดการช้อนขาพับทั้งสองข้างไว้ด้วยกำลังแขนที่เรี่ยวแรงดีผิดกับแวมไพร์ทั่วไป ก่อนจะเริ่มส่อเสียดความเป็นชายของตัวเองถูไถวนรอบปากทางร้อนที่ทำการปรนเปรอไปก่อนหน้านี้
ในขณะที่แลกลิ้นอย่างออกรสชาติและมั่นใจว่ากันต์พิมุกต์ในตอนนี้พร้อมที่สุดแล้ว มาร์คจึงค่อยๆ ยัดเยียดของร้อนขนาดใหญ่เข้าไปในช่องทางคับแน่น แม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนปลายที่ลอดผ่านเข้าไปในนั้น ทว่าก็ทำให้กันต์พิมุกต์เบือนหน้าหนีรสจูบร้อนแรงและร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“อ๊า ผะ...ผมเจ็บ อื๊อออ”
“ชู่วววว”
“อะ...อื้อออ! เจ็บ! มันเจ็บ”
ยังไม่ทันที่จะได้ฟังเสียงตอบโต้อะไรมากกว่านั้น มาร์คก็ดันส่วนที่เหลือเข้าไปจนสุดลำ กดแช่อยู่อย่างนั้นด้วยรอเวลาให้ช่องทางร่วมรักปรับตัวบีบรัด พร้อมทั้งจูบขมับเป็นเชิงปลอบขวัญและให้กำลังใจคนรองรับอารมณ์ใคร่ซ้ำๆ ก่อนจะเริ่มเขยื้อนตัวเข้าออกโดยไม่ผ่อนปรนกำลัง
“อื้อออ...คุณมาร์ค พอแล้ว มะ...ไม่เอา อึก...อ๊า!”
แพขนตางอนของกันต์พิมุกต์เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ตอนนี้ทั้งจุกเสียดและแน่นท้องไปหมด ท่วงท่าล่อแหลมที่ถูกมาร์คจัดแจงทำให้มันเสียวซ่านไปถึงไขสันหลัง ริมฝีปากเผยอขึ้นน้อยๆ และร้องครวญครางออกมาด้วยเสียงสั่นแหบพร่า เพราะมาร์คเล่นขยับส่วนนั้นเข้าออกถี่รวน ความเจ็บเลยทำให้เกร็งจัดเสียจนเผลอบีบตัวช่องทางด้านหลังแน่น พอยิ่งทำแบบนั้นก็เหมือนกับเป็นการตอดรัดแท่งร้อนซึ่งกำลังสอดใส่เข้ามา เลยกลายเป็นว่ายิ่งทำให้มาร์คได้ใจ
จังหวะที่ส่วนเชื่อมต่อกำลังโจนจ้วงอย่างไม่ปล่อยผ่าน มาร์คก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปมอบจูบให้กันต์พิมุกต์อย่างแสนรัก ก่อนจะเดินตรงไปข้างหน้าจนแผ่นหลังของกันต์พิมุกต์ติดกับกำแพง เพราะยังอยู่บนเตียงจึงเหมือนมีสปริงเด้งขึ้นเด้งลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้กันต์พิมุกต์ได้แต่หลับหูหลับตากอดคอของมาร์คไว้แน่นเพราะกลัวจะตก
“อะ...อ๊า บะ...เบาๆ อื้อออ ผมไม่ไหว”
เสียงหวานของกันต์พิมุกต์ครวญครางขึ้นอีกครา แม้จะรู้สึกปลอดภัยด้วยมีที่ให้ได้เอนตัวพิงน้ำหนัก แต่ก็ยังไม่กล้าลืมตามองส่วนเชื่อมต่อด้านล่างที่ยังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม คางของกันต์พิมุกต์เกยลงบนช่วงไหล่แกร่งขอมาร์ค ร่างทั้งร่างสั่นไหวไปตามแรงกระแทกและจังหวะท่วงท่าลีลาของการสอดใส่ เนิ่นนานที่สูดปากสูดคอด้วยน้ำหูน้ำตาพร้อมทั้งยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค ก่อนจะร้องขอความเห็นอกเห็นใจจากคนใจร้าย
“คุณ...มะ...มันลึกไป อ๊า ผมจุก...อึก”
แม้จะร้องบอกทั้งน้ำตา แต่แทนที่จะได้รับการผ่อนปรนกลับโดนจูบแสนหวานเข้าครอบงำที่ริมฝีปากแทน เกลียวลิ้นซึ่งช่ำชองของมาร์คเกี่ยวกระหวัดพัวพันกับลิ้นนุ่ม แถมยังบังคับให้แลบลิ้นเข้าไปในโพรงปากจนเกิดเสียงแลกน้ำลายดังต่อเนื่อง กันต์พิมุกต์ได้แต่หลับตาพริ้มลงอีกครั้ง เพราะยอมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์และความต้องการของทั้งมาร์คและตัวเอง
ในขณะที่ส่วนนั้นของมาร์คยังคงกระแทกกระทั้นลงมาซ้ำๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนปรน ช่วงขาของกันต์พิมุกต์เลยรู้สึกเกร็งจนชาไปหมด แต่ความเสียวซ่านที่ได้รับกลับทำให้เรื่องที่ควรจะรู้สึกเจ็บกลายเป็นรู้สึกดี
มันช่างเนิ่นนานที่มาร์คสอดใส่เข้ามาในตัวของเขาอยู่อย่างนั้น ช่างน่าอายที่คนออกแรงขยับกายพร้อมทั้งช้อนขาด้วยแขนแกร่งกลับไม่มีเหงื่อผุดขึ้นมาเลยสักหยด ผิดกับเขาที่เป็นฝ่ายโดนกระทำและอยู่นิ่งๆ แท้ๆ ทว่ากลับมีเหงื่อชื้นชโลมกาย
ไม่กี่นาทีถัดมามาร์คก็ยอมปล่อยให้ริมฝีปากของเขาได้เป็นอิสระ ช่วงนาทีนั้นเองที่กันต์พิมุกต์รู้สึกว่าร่างกายของตนได้รับการปลดปล่อย ทั้งที่ไม่ต้องใช้มือช่วยน้ำสีขาวก็ไหลเยิ้มออกมาจากส่วนปลายโค้งมนได้เอง และนั่นทำให้สบายตัวจนง่วงนอน ใบหน้าเริ่มเลื่อนเข้าหาไหล่ลาดของมาร์คก่อนจะเกยคางลงบนไหล่กว้างอีกครั้งอย่างหมดแรง
แขนเรียวคล้องคอมาร์คไว้แน่น เนื้อตัวสั่นไม่หยุดเพราะแรงกระแทกซ้ำๆ ที่ย้ำลงมาตรงช่องทางเดิม ร่างของกันต์พิมุกต์เริ่มนิ่งงันไม่ส่งเสียงร้องครางเพราะเหนื่อยอ่อน และในที่สุดก็เข้าสู่ภวังค์ของการหลับฝัน
ทั้งที่ส่วนเชื่อมต่อด้านล่างนั้น ยังไม่ได้แยกจากกันเลยสักครา

#ฟิคบลูบลัด
แสดงความคิดเห็นได้ที่ลิงก์ด้านล่างค่ะ


วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Blue Blood สุภาพบุรุษ...แวมไพร์ :: ๐๔ คืนร่วมหอ ( Take 2 )


[ Blue Blood ] Mark x Bambam
๐๔ :: คืนร่วมหอ ( Take 2 )
x ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อ 
x ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ


“อื้อ”
กันต์พิมุกต์ครางในลำคอเบาๆ เมื่อนิ้วมือเรียวของมาร์คเคลื่อนเข้ามาเกาะกุมส่วนอ่อนไหวกลางกาย เพราะเนื้อตัวกำลังสั่นสะท้านจากรสเสียวซ่านเลยพลอยทำให้ต้องใช้มือเรียวบีบไหล่แกร่งของมาร์คเอาไว้แน่น ทุกครั้งที่การปรนเปรอของคนบนร่างส่งผลกระตุ้นกับจุดกระสัน อากัปกิริยาน่ารักก็จะปรากฏให้เห็นมากขึ้นไปอีก
จังหวะที่กันต์พิมุกต์กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบนั้นเอง มาร์คก็ยกขาเรียวคนใต้ร่างขึ้นพาดบ่า ดุนดันเกลียวลิ้นไปตามไรฟันซี่ขาวพร้อมทั้งกวาดต้อนน้ำลายในโพรงปากจนอิ่มหนำ พอรู้สึกว่าเด็กน้อยใกล้จะขาดใจตายเพราะจูบปลิดลมหายใจ มาร์คจึงเป็นฝ่ายถอนจูบออกก่อนจะเคลื่อนนิ้วเย็นไปยังจุดหมายใหม่ด้วยความเชื่องช้า
เพื่อไม่ให้กระต่ายน้อยในอ้อมกอดตื่นตูม ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางจึงค่อยๆ ลากไล้ไปตามผิวกายอุ่นชื้นจนถึงโคนขาอ่อนด้านใน ขณะที่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงสอดประสานกับคนใต้ร่างแน่นิ่ง จังหวะนั้นเองที่มาร์คเริ่มเบียดเสียดนิ้วเย็นลงไปในช่องทางคับแน่นซึ่งปิดสนิทให้เตรียมพร้อมอ้ารับตัวตนของเขา
“อ๊ะ!”
เพียงแค่สิ่งแปลกปลอมกดแทรกเข้ามาในช่องทางที่ไม่ควรเข้าใกล้ ระบบการทำงานของร่างกายก็ต่อต้านไปโดยอัตโนมัติ กันต์พิมุกต์นิ่วหน้าร้องเสียงหลงและบีบไหล่ของมาร์คจนเล็บจิกเข้าไปในผิวหนังชั้นนอก เพราะความเจ็บปวดเข้ามาแทนที่ความเสียวซ่าน ความสุขที่ได้รับจึงมลายหายไปหมดสิ้น หยาดน้ำตาซึ่งแห้งเหือดไปก่อนหน้านั้นตีตื้นขึ้นมาคลอหน่วยเข้าให้อีกครั้งอย่างคนน่าสงสาร
“อื้อ ฮึก”
เนื้อตัวแดงเถือกและเสียงสะอื้นหายใจพรูเข้าพรูออกเรียกให้มาร์คชายตาขึ้นมอง พอเห็นกันต์พิมุกต์หลับตาพริ้มจนขนตาดำขลับเรียงตัวเป็นแพยาว จึงเริ่มปรับเปลี่ยนท่าทางให้สะดวกขึ้น จากเดิมที่นอนทาบทับลงบนร่างน้อยก็เปลี่ยนเป็นหยัดตัวนั่งหลังตรง เร่งปรนเปรอทางคับแน่นอีกสองสามทีพลางปรายตามองคนที่ยังเอาแต่หลับตาแสดงสีหน้าน่ารัก พอเริ่มรู้สึกว่าผนังร้อนเริ่มตอดรัดและขยับขยายออกบ้างแล้ว จึงเริ่มรั้งเอวบางไว้แน่นแล้วจัดการเคลื่อนส่วนแข็งขืนกลางลำกายไปจดจ่ออยู่ตรงปากทางเข้า
“ยกขาขึ้น”
ริมฝีปากเย็นเยียบเผยอขึ้นออกคำสั่งในขณะที่มาร์คโน้มใบหน้าลงไปสูดดมกลิ่นกายชื้นเหงื่อ แม้จะรู้สึกขัดใจนิดๆ ที่กันต์พิมุกต์ไม่ยอมทำตามคำสั่งจนต้องลงมือชันเข่าสองข้างนั่นไว้เสียเอง ทว่าความรู้สึกดีที่มีมากกว่าก็ทำให้มาร์คยอมที่จะมองข้ามเรื่องเล็กๆ ไป ก่อนจะเริ่มเบียดเสียดสิ่งที่เพิ่งตื่นตัวลงไปในรูเล็กๆ ที่ทำทีพยศหนีไม่ยอมให้เขาได้เข้าไปเชยชมด้านใน
“อึกกก อย่า ผะ...ผมทำไม่ได้”
“อย่าเกร็ง”
“ไม่ อะ...อ๊า!”
เพียงแค่ส่วนปลายเล็ดลอดผ่านเข้ามา อาการจุกเสียดก็ทำเอาประสาทสัมผัสทั้งห้าของกันต์พิมุกต์ปิดลง ความเจ็บปวดมหาศาลส่งผลกระทบให้ร่างของกันต์พิมุกต์กระถดหนีมาร์คโดยอัตโนมัติ เพียงแต่มือที่รั้งเอวของเขาไว้อยู่นั้นกลับยึดแน่นราวกับจะบอกเป็นนัยว่ายังไงก็ไม่ยอมปล่อย
            “ไม่ ฮึก ไม่ไหว”
          “อย่าร้อง”
          “ฮึก”
          “ถึงอย่างไร เราก็หยุดตัวเองไม่ได้แล้ว”
          “ฮึก อ๊า!”
เพราะความดึงดันเอาแต่ใจจะบุกรุกพื้นที่เขตสงวน มาร์คจึงจัดการเบียดเสียดท่อนร้อนลงไปในช่องทางคับแน่นทีเดียวจนมิดลำ กัดปากข่มอารมณ์ดิบเพราะข้างในของกันต์พิมุกต์นั้นช่างต่อต้าน อาการบีบรัดอย่างปฏิเสธการถูกสัมผัสทำเอาร่างของมาร์คแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ มันทั้งซ่านและเสียวจนถึงกับต้องหน้านิ่วคิ้วขมวด ปรับตัวแช่นิ่งอยู่นานก่อนจะส่งส่วนเชื่อมต่อเข้าไปกระแทกจุดกระสัน ออกแรงเขยื้อนเชื่องช้าทว่าหนักหน่วง เน้นเข้าทีละครั้งเพื่อตอกให้จุดเสียวภายในร่างกายมนุษย์เพศชายตื่นตัว ก่อนจะขยับโยกขย่มถี่ๆ จนจังหวะเนิบนาบในคราวแรกแปรเปลี่ยนเป็นร้อนเร่า ถึงจะทั้งเสียวและดีจนต้องสูดปากสูดคอข่มความกระสัน แต่พอก้มหน้ามองคนใต้ร่างที่ยังเอาแต่หลุดสะอื้นไม่หยุดก็นึกสงสาร ด้วยความที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกบอบช้ำในขณะที่ตัวเองกำลังมีความสุขล้น มาร์คจึงโน้มริมฝีปากลงไปประกบปากกันต์พิมุกต์เอาไว้ เพื่อหวังให้บรรยากาศตึงเครียดได้ผ่อนคลายลง
“อึก อื้มมม”
ตึง ตึง ตึง
ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของแวมไพร์ทำให้ขาเตียงสั่นคลอนจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด แม้จะผ่อนปรนเรี่ยวแรงลงบ้างแล้ว ทว่าอาการบีบรัดและหดเกร็งในบางจังหวะของกันต์พิมุกต์ก็ยิ่งทำให้มาร์คอยากจะตอกใส่ให้ลึกมากกว่านี้  ภายในเรือนร่างซึ่งโอบอุ้มความเป็นตัวตนของเขาเอาไว้คือสัมผัสเสน่หาชวนลุ่มหลงที่ต่อให้จินตนาการเอาเองเท่าไรก็คงไม่มีวันนึกออก
“อ๊ะ อ๊า”
กันต์พิมุกต์หลุดปากครางเสียงหลงยามริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เวลานี้ความเจ็บปวดที่ได้รับในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชินแสนสยิว ยิ่งช่วงจังหวะที่มาร์คขยับตัวรุนแรงร่างกายของเขาก็ยิ่งตอบสนองมากเป็นพิเศษ น้ำชื้นแฉะและช่วงต้นขาที่กำลังบดเบียดแนบเนื้อบั้นท้ายก่อให้เกิดเสียงดังประกอบน่าอายดังปึ้กปึ้ก ฟองอากาศตีฟูจนน้ำสีขาวล้นทะลักออกมาจากรูเชื่อมต่อ เวลานี้กันต์พิมุกต์ทั้งย่อยยับและป่นปี้จนแทบจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี แต่ไม่ว่าจะหลบไปทางไหนก็คงไม่สามารถหลีกพ้นเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคนนี้
“อ๊า แบบนี้มันลึก...ลึกไป”
แม้ปากจะพร่ำบอกปาวๆ ว่ามาร์คทำการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของเขามากเกินไปแล้ว แต่ในใจกลับชอบที่อีกฝ่ายยังคงจาบจ้วงลงมาโดยไม่เหน็ดเหนื่อย เอวบางของกันต์พิมุกต์ถูกพันธนาการไว้ด้วยสองมือเย็นเยียบ ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้มันคืออะไร เขารู้เพียงแค่ว่ามันทั้งดีเลิศและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน เหมือนได้เห็นทั้งสวรรค์และนรกอยู่ในภาพภาพเดียวอะไรทำนองนั้น
“อ่า อื้อ อ๊า”
เสียงน่าอายยังคงหลุดรอดออกมาเป็นระลอก แม้จะพยายามสะกดกลั้นเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะสูญเปล่า เจ้าชายแวมไพร์ยังคงกระแทกกระทั้นเข้ามาสำรวจด้านในอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีผ่อนปรน จนในที่สุดกันต์พิมุกต์ก็อดรนทนเก็บความทรมานต่อไปไม่ไหว ความต้องการแสนปั่นป่วนแล่นริ้วออกมาจดจ่ออยู่ตรงปลายทางที่ผู้ชายไว้ใช้ปลดปล่อย ก่อนจะพุ่งทะยานออกมาราวบ่อน้ำพุขนาดย่อม
“อ้า...อื้อออ ผม...ไม่ไหวแล้ว อ๊า”
สารคัดหลั่งสีขาวข้นไหลเปรอะเปื้อนหน้าท้องแบนราบ มันกระจายตามจุดเป็นดวงๆ ราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอก คนถูกกระทำหอบหายใจเหนื่อยอ่อนและเคลื่อนมือไปรูดรั้งส่วนปลายโค้งมนเล็กน้อยจนน้ำซึ่งมีกลิ่นคาวคลุ้งทะยอยหลั่งออกมาจนหยดสุดท้าย พอได้เอาความคั่งค้างภายในออกจากร่าง นัยน์ตาหวานล้ำจึงเริ่มพร่ามัวและปรือลงน้อยๆ ด้วยความอ่อนเพลีย
“อ่า คุณ...พอแล้ว อ่า...อื้อออ คุณ...อ๊า” ร้องบอกเสียงสั่นสะท้านพร้อมทั้งออกแรงดันแผงอกคนบนร่างไปด้วยในที หวังเหลือเกินให้ส่วนเชื่อมต่อที่ยังคงเชื่อมติดหลุดรอดออกไปในคราวเดียว ทว่าพอออกแรงต่อต้านข้อมือขาวสองข้างก็ถูกคว้าไว้และกดจนจมลงไปกับเตียง
“หลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวเราพอแล้วจะหยุดให้”
พูดจาใจร้ายและเห็นแก่ตัวที่สุด
กันต์พิมุกต์จะหลับตาลงไปได้อย่างไร ในเมื่อร่างกายยังถูกคุกคามจากมาร์คไม่หยุดแบบนี้ เสียงครางอื้ออึงยังดังขึ้นเป็นระลอกโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือจบลงง่ายๆ กันต์พิมุกต์ไม่รู้เลยว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพนั้นนานเท่าไร ชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่เขาจำได้แม่นยำก่อนที่สติจะดับวูบไปก็คือ ภาพของมาร์คที่เคลื่อนริมฝีปากมาจูบเบาๆ ลงบนหน้าผาก พร้อมกระซิบลงข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นชาทว่ากลับอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา...

“หลับฝันดีนะ”