วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Blue Blood สุภาพบุรุษ...แวมไพร์ :: ๐๙ รักลวง

[ Blue Blood ] Mark x Bambam
๐๙ :: รักลวง
x ห้ามเผยแพร่หรือส่งต่อ
x ห้ามดัดแปลง ทำซ้ำ



“อ๊า”
เสียงเล็กแหบพร่าครางสะเทือนเมื่อโดนสัดส่วนซึ่งรับหน้าที่เชื่อมต่อร่างสองร่างกระทุ้งกระแทกเข้ามาจนสุดแรงในคราวเดียว ยิ่งมาร์คได้เห็นสีหน้าเปื้อนคราบน้ำตาแลดูยั่วยวนของคนรักผ่านกระจก มาร์คก็ยิ่งนึกอยากที่จะขยับเข้าออกให้ความต้องการถูกปลดปล่อยจนทนไม่ไหว แต่จนแล้วจนรอดด้วยต้องการสั่งสอนให้เด็กน้อยได้รู้จักหลาบจำ มาร์คก็ยังเลือกที่จะยืนนิ่งๆ เพื่อให้บทลงโทษกับกันต์พิมุกต์ที่พูดอะไรออกมาไม่คิด
“มองไปข้างหน้าสิกันต์พิมุกต์ ไม่งั้นเราจะปล่อยให้เธอทรมานอยู่แบบนี้...”
นั่นไม่ใช่แค่คำขู่ เพราะมาร์คกำลังทำให้กันต์พิมุกต์ทรมานอย่างที่เขาพูดจริงๆ ร่างขาวซีดทว่าสง่างามยืนนิ่งไม่ขยับตัว ทั้งที่ส่วนแข็งขืนยังคงค้างคาแช่นิ่ง มันเป็นการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับคนรองรับอารมณ์อย่างกันต์พิมุกต์เป็นอย่างมาก ความอึดอัดทำให้ต้องขบฟันแน่นเสียจนได้ยินเสียงก่นกรอด และถึงแม้จะมีอารมณ์ปรารถนาล้นปรี่ แต่นั่นก็ไม่ทำให้กันต์พิมุกต์ยอมเงยหน้าขึ้นมองกระจกของโต๊ะเครื่องแป้งตามคำสั่งของมาร์คอยู่ดี
ด้วยทิฐิที่มีอยู่สูงกว่า... แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวไปด้วยหยาดน้ำตามากล้น แต่ที่สุดแล้วกันต์พิมุกต์ก็ยังดื้อดึงที่จะพยศสู้ ร้อนถึงมาร์คที่ต้องใช้ฝ่ามือเบือนหน้าของอีกฝ่ายขึ้นด้วยตัวเอง ถึงแม้จะหงุดหงิดที่คนตัวเล็กไม่ยอมทำตามใจ แต่ก็ต้องแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างผู้ชนะที่หลัง เมื่อดวงตากลมจำต้องปรือขึ้นมองกระจกอย่างอายๆ
 และภาพเงาสะท้อนของกระจกที่กันต์พิมุกต์ได้เห็นก็ทำให้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นอย่างเขินจัด เพราะนอกจากจะมีเพียงเงาสะท้อนของตนเพียงคนเดียวที่อยู่ในนั้นแล้ว รอยแดงตามตัวที่ยังสดใหม่อย่างตั้งใจแสดงเจตนารมณ์บอกความเป็นเจ้าของ และบางจุดที่เลยเถิดเป็นรอยกัดของฟันเขี้ยวแหลมคมที่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แบบเด่นชัดก็ทำให้ร่างเล็กต้องเสมองไปด้านข้าง
บรรยากาศโดยรอบเริ่มตลบอบอวลไปด้วยหมอกควันจางๆ สีชมพูของกลิ่นอายความรู้สึกวาบหวามเกิดขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่หน้าของกันต์พิมุกต์ยังคงขึ้นสีแดงเรื่อถึงใบหูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เพราะนอกจากเจ้าตัวจะยังทำใจยอมรับสภาพที่เพิ่งเห็นไม่ได้แล้ว หนำซ้ำเขายังรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของส่วนเชื่อมต่อด้านล่างอีกต่างหาก...
“ทีนี้เห็นหรือยัง ว่าเรื่องระหว่างเรากับเธอเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้น และถึงตอนนี้...ก็ยังเกิดขึ้น”
“อะ...อา”
“ดูสิ ร่างกายของเรามันรักเธอขนาดไหน กันต์พิมุกต์”
“อึกกก”
แค่ร่างกายใช่หรือเปล่า...ที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่ามาร์คมองเขาเป็นตัวแทนของคนชื่อแบมแบมอย่างนั้นใช่ไหม บอกมาว่าไม่รักยังจะให้ความรู้สึกดีกว่าที่มาทำกับเขาแบบนี้ การที่มาร์คใช้เขาเพื่อเป็นตัวแทนสำหรับใครนั้น ไม่ว่ามาร์คจะรู้หรือไม่ก็ตาม…
แต่การกระทำแบบนี้น่ะ มันทำให้เขาเจ็บปวดในอกมากเลย
“ฮือออ พอ...อึก พอแล้ว”
“ไม่พอหรอกกันต์พิมุกต์ ไม่พอ”
“ฮือออ”
“อย่าร้องไห้ เพราะน้ำตามันไม่คู่ควรกับนาย ไม่เลยสักนิด...”
มาร์คกระซิบเสียงพร่าพร้อมทั้งกดจูบลงบนไหล่มนของกันต์พิมุกต์ เขากอดปลอบร่างน้อยในอ้อมอกและรอให้เสียงสะอึกสะอื้นหยุดลง ก่อนจะใช้สายตาสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจจากในกระจก ที่ถึงแม้จะไม่สะท้อนเงาของเขา แต่แค่ให้กันต์พิมุกต์ได้เห็นสีหน้าของตัวเองว่ามีความสุขขนาดไหนตอนที่เขาสอดใส่ก็เพียงพอแล้ว
เจ้าชายผู้สูงศักดิ์พยายามจดจำรายละเอียดรอบตัวของกันต์พิมุกต์ทั้งหมดไว้ผ่านทางภาพสะท้อน ทั้งรอยแผลเป็นตรงต้นคอและรอยตำหนิตรงส่วนอื่นๆ
จะมีแค่เขาเท่านั้นที่ได้เห็นทั้งหมดนี่... เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ไอร้อนของลมหายใจลอยฟุ้งติดกระจกจนเกิดฝ้า ในขณะที่ร่างกายของคนตัวเล็กยังคงสั่นสะท้านไปตามแรงกระแทกของจังหวะรักที่จาบจ้วงลงมาไม่หยุด  รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วงและหน้ามืดคล้ายคนน้ำตาลในเลือดต่ำ หากแต่ยังไม่ทำให้ถึงกับสลบ เพราะความหวานที่ร่างกายโหยหากำลังจะถูกป้อนเข้าปากด้วยลิ้นฉ่ำของมาร์ค
           มาร์คเอี้ยวหน้าของกันต์พิมุกต์ให้หันมาด้านข้าง พร้อมทั้งใช้ลิ้นที่ช่ำชองของตนสอดใส่เข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่าย บังคับให้ริมฝีปากอิ่มที่บวมช้ำยอมเปิดทางด้วยการบดเบียดขยี้จูบร้อนลงไปซ้ำๆ จนในที่สุดกันต์พิมุกต์ก็ต้องเผยอปากขึ้นยอมรับเกลียวลิ้นที่รุกล้ำเข้ามาในปากอย่างเอาแต่ใจ
และถึงแม้ว่าจะเคยลิ้มชิมรสเกลียวลิ้นหวานบ่อยแล้ว แต่ก็ยังเลือกที่จะเกี่ยวกระวัดเล่นอย่างหยอกล้ออีกครั้ง ที่เป็นแบบนี้เพราะมาร์คไม่เคยรู้สึกเบื่อ มันเป็นความหวานที่มีอยู่ในเฉพาะบุคคล และสำหรับเขาแล้ว...กันต์พิมุกต์ให้รสชาติหวานล้ำที่สุด
“อือออ อ๊า!”
กันต์พิมุกต์ส่งเสียงครางฮือในลำคอเมื่อความเนิบนาบเชื่องช้า แปรเปลี่ยนจังหวะเป็นความเร็วที่ทำให้ร่างทั้งร่างต้องสั่นคลอน
และไม่กี่นาทีถัดมา กันต์พิมุกต์ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ถูกปลดปล่อยในตัวเขา ระบบกลไกทำให้เขาเกร็งกระตุกก่อนจะปลดปล่อยตามอีกฝ่ายด้วยความสุขสม และเพราะหลักฐานการร่วมรักที่มีจำนวนมาก คราบน้ำสีขาวจึงไหลเยิ้มออกมาตามต้นขาอ่อนที่ตอนนี้แดงเถือกเพราะผลพวงของการรับแรงกระแทกซ้ำๆ
"อาบน้ำกันนะ"
“...”
อยากจะขัดขืน อยากจะต่อปากต่อคำ อยากจะคัดค้านคำเชิญชวนของมาร์คออกไป...
แต่เพราะกันต์พิมุกต์รู้ดีว่าตอนนี้แข้งขาเล็กของเขาไม่มีเรี่ยวแรงพอแม้แต่จะทรงตัว แค่จะยืนเฉยๆ ก็ยังรู้สึกว่ามันช่างเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเหลือเกิน กันต์พิมุกต์จึงยอมให้มาร์คช้อนตัวขึ้นไปชำระล้างตัวในห้องน้ำโดยไม่ปริปากพูดอะไรเลยสักคำ
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ มาร์คก็จัดแจงเปิดน้ำในอ่างอาบน้ำทรงกลมขนาดใหญ่ที่สามารถลงไปอาบรวมกันได้หลายคนอย่างรู้งาน ร่างสูงค่อยๆ วางร่างเล็กของกันต์พิมุกต์ลงไปแช่ตัวในอ่างอาบน้ำอย่างเบามือ ก่อนที่จะหยิบสบู่เหลวกลิ่นกุหลาบและตามเจ้าของดวงใจลงไปแช่ตัวในนั้น แม้ตอนแรกจะเป็นการนั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่มาร์คที่ทนดูร่างเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรไม่ได้ ก็เป็นฝ่ายดึงตัวกันต์พิมุกต์ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาก่อน
“อะ คุณมาร์ค...”
กันต์พิมุกต์ร้องท้วงเบาๆ เมื่อหลังของตัวเองพิงลงที่อกแกร่งของมาร์ค แม้จะสะดุ้งไหวเล็กน้อยแต่สัมผัสที่คุ้นชินก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเป็นกังวลเท่าไรนัก ซึ่งดูจากท่วงท่าที่มาร์คจัดแจงให้ใหม่นั้น สามารถอธิบายได้ว่าตอนนี้เขากำลังโดนมาร์คกอดจากทางด้านหลัง เพราะถูกจับเปลี่ยนท่าเปลี่ยนทางกะทันหันแบบนี้ จึงมีเรื่องให้คนตัวเล็กใบหน้าร้อนฉ่า... เพราะกันต์พิมุกต์กำลังรับรู้ได้ถึงความตื่นตัวของอีกฝ่ายที่กำลังกระทบลงบนแผ่นหลังของเขาได้เป็นอย่างดี
“อยู่นิ่งๆ นะเด็กดี”
มาร์คกระซิบเสียงพร่าพร้อมทั้งบีบสบู่กลิ่นหอมลงบนฝ่ามือ จากนั้นจึงชโลมมันลงตามเรือนร่างของกันต์พิมุกต์ทีละส่วน สัมผัสแผ่วเบา วาบหวิว ทำให้ใจดวงน้อยสั่นไหว ความอบอุ่น ความอ่อนโยน คือสัมผัสที่กันต์พิมุกต์กำลังได้รับจากมาร์ค แม้ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องของความรุนแรงและการถูกเอารัดเอาเปรียบมากกว่าก็ตาม
ฟองสบู่ที่ลอยขึ้นเหนือน้ำจำนวนมากทำให้ถ้ามองจากมุมบนจะไม่เห็นอะไรไปมากกว่าภาพของมาร์คกำลังโอบกอดกันต์พิมุกต์ไว้ แต่ถ้ามองจากมุมล่าง กระแสน้ำที่ใสแจ๋วจะทำให้เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ฝ่ามือข้างหนึ่งของมาร์คกำลังปลุกปั่นส่วนอ่อนไหวของกันต์พิมุกต์ให้ตื่นตัว
“อะ...อ๊า”
สุ้มเสียงหวานครางเสียงหลงเมื่อนิ้วเรียวของมาร์คกำลังวนไปมาอยู่ช่วงส่วนปลายโค้งมน และยิ่งครางเสียงดังขึ้นอีกเมื่อนิ้วเรียวถูไถลงตรงเส้นทางที่ใช้ปลดปล่อย การกระทำของมาร์คทำให้ร่างเล็กเกร็งจัดเสียจนปลายเท้าสองข้างงองุ้ม และไม่นานนักความกระสันที่ถูกปลุกขึ้นอีกครั้งก็ช่วยทำให้ส่วนอ่อนไหวตื่นตัว
“อ้าขาหน่อย”
มาร์คออกคำสั่งเสียงพร่าพร้อมทั้งเปลี่ยนตำแหน่งนิ้วมือให้เคลื่อนลงไปด้านล่างแทน มืออีกข้างจัดแจงช้อนบั้นท้ายเล็กขึ้น แล้วจึงทำการสอดใส่นิ้วเรียวเข้าไปยังช่องทางสีหวาน แม้กันต์พิมุกต์จะเป็นของเขาแล้ว แต่ความคับแน่นก็ยังคงตอดรัดเองตามธรรมชาติอย่างรับรู้ว่านั่นเป็นสัมผัสจากเขา
“อึก...อื้อ อ้ะ!”
“ครางอีก...เรียกชื่อเราสิ กันต์พิมุกต์”
“อ้า คุณมาร์ค...อ๊า”
เมื่อเห็นว่าสติของอีกฝ่ายเริ่มเตลิดตามเกมรักร้อน มาร์คจึงฉวยจังหวะนั้นเพิ่มจำนวนนิ้วลงไปยังช่องทางรัก ความเจ็บที่เพิ่มขึ้นทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งไหว และเป็นเพราะกันต์พิมุกต์เอาแต่ครางฮือ มาร์คจึงใช้นิ้วเรียวอีกข้างประมาณสองถึงสามนิ้วสอดเข้าไปในโพรงปากเล็ก
“อา...”
ซึ่งการกระทำนั้นก็ทำให้ร่างสูงครางเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาเสียเอง เพราะนอกจากร่างเล็กจะขบนิ้วของเขาเบาๆ แล้ว เจ้าตัวยังดูดดุนปลายนิ้วของเขาเข้าออกอย่างลืมตัวอีกต่างหาก
เพราะห้วงอารมณ์แห่งตัณหาที่เข้าครอบงำ ทำให้มาร์คยอมถอนมือออกจากทั้งสองสิ่งที่กำลังสร้างความเพลิดเพลินให้เขา จากนั้นจึงค่อยๆ หันตัวร่างเล็กให้กลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง และเมื่อมาร์คได้เห็นใบหน้าแดงก่ำเพราะความขวยเขินของอีกฝ่ายก็ทำให้เขารู้สึกเอ็นดู ร่างสูงเชยคางมนของคนที่คอยแต่จะหลบหน้าหลบตาขึ้น ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มหน้าลงไปมอบจุมพิตแสนเร่าร้อนให้อีกฝ่ายด้วยตัวเอง
เสียงแลกน้ำลายดังขึ้นท่ามกลางความต้องการของหนึ่งมนุษย์กับหนึ่งแวมไพร์ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ร่างเล็กๆ ของกันต์พิมุกต์ถูกอุ้มให้นั่งอยู่บนตัวของมาร์ค กว่ากันต์พิมุกต์จะรู้ว่าตนถูกมาร์คจัดแจงให้อยู่ในท่าล่อแหลมก็เอาตอนจังหวะที่มาร์คเริ่มสอดใส่ส่วนที่แข็งขืนเข้ามาในตัวของเขาแล้ว...
“อ้า คุณมาร์ค ผม...เจ็บ ฮึก”
“นั่งลงมาเลย”
“อึก...แต่ผม อื้ม”
เพราะอีกฝ่ายมัวแต่กระดากอายทำให้มาร์คที่รอไม่ไหวเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับแลกลิ้มชิมรสริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง และนั่นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่สองมือของมาร์คกดบั้นท้ายของกันต์พิมุกต์ลงไปด้วย เมื่อช่องทางสีหวานกลืนกินสิ่งแปลกปลอมที่ใส่เข้ามาจนสุด ผนังอุ่นด้านในก็ทำการต้อนรับด้วยการตอดรัดเป็นอย่างดี
“อา อื้ออ อ อ ฮึก”
มาร์คกดตัวเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นให้กดแช่ไว้อย่างนั้น พร้อมกับที่ยอมปล่อยริมฝีปากอิ่มให้เป็นอิสระ ตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็เป็นแค่ชั่วขณะเดียวเท่านั้น เพราะนัยน์ตาหวานเชื่อมของมาร์คดูใจดีและอบอุ่นมากเกินไป ทำให้เด็กขี้อายในเรื่องนี้อย่างกันต์พิมุกต์ต้องแกล้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นอย่างช่วยไม่ได้...
จนเมื่อรู้สึกว่าส่วนที่ใช้เชื่อมต่อปรับสภาพได้เยี่ยมและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว มาร์คจึงเป็นฝ่ายเริ่มบทรักด้วยการขยับตัวเข้าออกอย่างช้าๆ แต่ติดจะลำบากหน่อยเพราะเป็นฝ่ายนั่งอยู่ข้างล่าง ทว่าเพราะความต้องการที่อัดแน่นอยู่ภายใน ทำให้ร่างสูงทำการอ้อนวอนร้องขอให้ร่างเล็กขยับตัวขึ้นลงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ที่เป็นใครได้ฟังก็ต้องถึงกับใจสั่นและไม่มีทางที่จะปฏิเสธลง
“เธอช่วยขยับหน่อยนะ”
“คุ...คุณ...ผมไม่...”
“นะ...ที่รัก”
แก้วตาน้อยสั่นไหว หัวใจดวงน้อยเผลอเต้นไม่เป็นส่ำ เพียงเพราะคำหวานที่มาร์คเป่าผ่านแก้วหูแผ่วเบาก็ทำให้ห้วงความคิดของกันต์พิมุกต์เตลิดไปไกล มึนงงสับสนจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินจากปากมาร์คเมื่อครู่นั้น มันจะผิดเพี้ยนไปจากความหมายของคำว่า ที่รัก สำหรับคนทั่วไปหรือเปล่า...
ทว่าตอนนี้กันต์พิมุกต์ไม่มีเวลาที่จะให้คิดถึงเรื่องอื่นอีกแล้ว เมื่อมาร์คใช้มือเย็นเฉียบจับช่วงเอวบางของเขาเอาไว้แน่น สายตาที่อีกฝ่ายใช้มองมามันเต็มไปด้วยความเสน่หา หวานล้ำเหมือนอยู่ในมนต์สะกด หวานมากเสียจนทำให้ร่างทั้งร่างยอมขยับขึ้นลงเพื่อเอาอกเอาใจอีกฝ่าย
แรงกระแทกขึ้นลงที่สวนกลับผสานเข้ากันเป็นจังหวะลงตัว สายน้ำกระเพื่อมไปตามแรงสั่นคลอนของหนึ่งมนุษย์กับหนึ่งแวมไพร์ที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ในน้ำ คลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าถูกสร้างขึ้นตามจังหวะท่วงท่าลีลารัก เสียงสูดปากสูดคอเพราะความเสียวกระสันยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันช่างยาวนานที่ร่างกายของทั้งสองฝ่ายพร่ำเพรียกหากันอยู่แบบนั้น

นานแสนนานจนกระทั่งต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยออกมา




#ฟิคบลูบลัด
แสดงความคิดเห็นได้ที่ลิงก์ด้านล่างค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น